กว่าจะเป็นมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

กว่าจะเป็นมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

Panich

บทความโดย “คุณพณิช  บัวหิมะทองคำ” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

 ด้วยความกตัญญูต่อแผ่นดินและได้คำนึงถึงสุขภาพของตนเอง, ครอบครัว สิ่งแวดล้อมของสังคม ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และด้วยจิตสำนึกของการเป็นผู้นำครอบครัว อ.พณิช บัวหิมะทองคำ ได้มีอุดมการณ์ว่า“อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในครอบครัว ก็จงทำประโยชน์แก่ครอบครัว อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศชาติ ก็จงทำประโยชน์แก่แผ่นดิน” ซึ่งคนมีเงินส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความคิดเช่นนี้อยู่
 

ยกตัวอย่างเช่น ผู้สื่อข่าวได้เคยไปที่ตลาดอ.ต.กและได้พบกับไฮโซท่านหนึ่งขณะที่กำลังซื้อทุเรียนอยู่จึงได้ถามว่า “ที่ท่านซื้อทุเรียนในราคาลูกละ1500บาท ไม่แพงไปหรือ?” (เวลานั้นในตลาดอื่นขายเพียงผลละ250บาท) ท่านได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “แพงอย่างไรหรือ?” โดยที่ท่านไม่เข้าใจในคำถามของผู้สื่อข่าวเลย ซึ่งผมไม่ตำหนิท่านผู้นั้นเพราะท่านมีเงินทองที่พ่อแม่ทำเอาไว้ให้ ดังเช่น ผม อ.พณิช บัวหิมะทองคำ อาศัยอยู่ในย่านบางลำพู พ่อและแม่มีอาชีพค้าทอง จัดอยู่ในลำดับนักธุรกิจที่พอมีอันจะกิน มีรถแท็กซี่ออสตินแวน ไว้ให้เช่า 30-40 คัน และรถเมล์ขนส่งวิ่ง ท่าช้าง-เอกมัย รถเมล์เหลืองวิ่ง จุฬา-สำเหล่  ผมชอบใฝ่หาความรู้รอบตัว ทำให้มีความรู้รอบด้านและอยู่ในระดับที่รู้จักนักการเมืองและสื่อมวลชนมากมาย  ย่านบางลำพูในขณะนั้นได้มีโรงพิมพ์อยู่หลายโรง ดังเช่น “หนังสือพิมพ์เสียงอ่างทอง” (ปัจจุบันคือไทยรัฐ) ที่อยู่ในซอยวรพงษ์ หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทยประชาธิปไตย” อยู่ถนนสามเสน ปากตรอกวัดสามพระยา ในสมัยจอมพล ป. พิบูลย์สงครามเป็นนายกรัฐมนตรี. อ.พณิช เป็นอีกผู้หนึ่งที่ชอบเรียกร้องประชาธิปไตย ในสมัย สไหง สุวรรณทัศน์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ เมื่อมีไฮปาร์คผมก็ได้ไปสนามหลวงไม่เคยขาด. ในด้านธุรกิจบันเทิง ผมก็คอยติดตามอยู่เป็นประจำ เช่น การประกวดนางสาวไทย ที่จัดขึ้นที่วังสราณรมย์ หรือการจัดตลาดนัดของกรุงเทพมหานครที่วังสราณรมย์ทุกๆเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่สนามหลวง. ขณะนั้นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงก็ได้เริ่มต้นขึ้นมาจากตลาดนัดสนามหลวง ดังเช่น ห้างพาต้า , เจ้าของครีมกวนอิม (คุณประจวบ จำปาทอง) ย่านบางลำพู ถนนสามเสน สี่แยกบางขุนพรหม เราได้ดูโทรทัศน์คือช่อง4  มีรถรางวิ่งรอบเมือง ผ่านวัดบวรสี่แยกคอกวัวอยู่หลายสาย ผ่านสนามหลวงไปปากคลองตลาด เยาวราช และหัวลำโพง โดยเวลานั้นบ้านเมืองมีความสงบสุข โรคภัยไม่มี เราซักผ้าด้วยสบู่ซันไล ไม่มีผงซักฟอก ตามลำคลองแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำใสเห็นตัวปลา มีทั้งปลาเสือ ปลาหัวตะกั่ว ตามตลิ่งยังมีปลาตีนอีกด้วย เด็กๆเล่นน้ำที่คลองบางลำพู มีเรือขายสินค้าล่องผ่านไปมาที่สะพานเนาวรัตน์. พอถึงยุคสมัยของจอมพลสฤตติ์ ธนรัตน์ ก็ได้มีการเข้ากวาดล้างโรงยาฝิ่นย่านบางลำพู และได้นำก้องยาฝิ่นไปทำลายโดยการเผาทิ้งที่สนามหลวง. ในสมัยนั้นยาขยัน (ยาม้า) ซึ่งกินแล้วไม่ง่วงนอน หาซื้อได้ง่าย โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป (ปัจจุบันคือยาบ้า) และภัยมืดอันร้ายแรงก็เข้าสู่กรุง มันคือ “เฮโรอีน” ซึ่งได้ทำลายชีวิตและอนาคตของประชาชนจำนวนมาก, เป็นยาเสพติดที่มีภัยอย่างใหญ่หลวง.

 

 

ปัจจุบันทางกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญไปกับ  ยาบ้า, ยาอี, ยาไอซ์ แต่มิได้นึกถึงภัยใกล้ตัว นั่นคือสารเสพติดที่ทำให้ก่อเกิดมะเร็งปอด, ทำร้ายประชาชนมากมาย, สามารถซื้อขายกันได้ง่ายและไม่ผิดกฎหมาย, มันมาเป็นหมอกควัน เข้าสู่เส้นเลือด มาจับอยู่ที่ปอดและได้พาพรรคพวกมาด้วยอีก7,000กว่าชนิด ทำลายคนรอบข้าง ครอบครัว มลภาวะ และสังคม ซึ่งเราไม่เคยนึกถึง และมันร้ายแรงยิ่งกว่าสารเสพติดที่ได้กล่าวมาทั้งหมด

ส.ว.อย่างผมที่ได้ผ่านประสบการณ์มาแล้ว (ผมไม่ได้เป็นส.ว.นะครับ ส.ว.ในที่นี้ผมหมายถึงผู้สูงวัย นั่นคือตัวของกระผมเอง) ได้สูญเสียภรรยาไปพร้อมกับมัน ซึ่งเงินทองนับสิบล้านก็ซื้อกลับมามิได้ แต่ก่อนผมสูบบุหรี่วันละ50-60มวนต่อวัน. ในที่สุดวันหนึ่งผมก็ได้ล้มป่วยลงเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและถุงลมโป่งพอง โดยมีผลข้างเคียงถึงคนรอบข้างอีกด้วย นั่นคือภรรยาของผมซึ่งล้มป่วยเป็นมะเร็งปอดโดยที่เขามิได้สูบบุหรี่แต่เป็นเพราะได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งผมไม่เคยคิดว่าตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้ภรรยาเจ็บป่วย และเพราะตัวผมเองนั้นไม่เคยเป็นมะเร็ง จึงไม่ทราบว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน เธอได้บอกกับผมว่ามันเจ็บปวดและทรมานมาก แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าการเป็นมะเร็งนั้นเจ็บปวดขนาดไหน ผมจึงขอให้เธออธิบายในหลายๆครั้งแต่ก็ยังไม่เข้าใจ ครั้งหนึ่งเธอได้กล่าวอย่างทรมานว่า “ความเจ็บปวดนี้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการปวดฟันเป็น100เท่า” และในที่สุดภรรยาของผมก็ทนกับความเจ็บปวดไม่ไหว เสียชีวิตลง โดยแม้จะใช้เงินรักษาตัวนับสิบล้านก็มิสามารถรักษาให้หายได้

 

 

ผมได้หวนนึกถึงนิทานพื้นบ้านเรื่องหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งมีเมืองอยู่เมืองหนึ่งซึ่งมีพระราชาที่ปกครองเมืองด้วยทศพิศราชธรรม บ้านเมืองมีแต่ความสงบสุข พระราชามีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง ประชาชนก็อยู่กินกันอย่างผาสุข เมื่อพระราชาจะเสด็จไปที่ใด ประชาชนก็จะต้อนรับเป็นอย่างดี พระราชาไม่เคยทราบถึงเรื่องความหิวโหยหรือความเจ็บป่วยเลย. วันหนึ่ง ขณะที่ทรงผ่านผู้คนที่ต้อนรับ  พระราชาได้ทรงเห็นชายชราที่ผอมโซนอนอยู่ใต้ต้นไม้ มีอาการเจ็บปวดที่ท้อง จึงได้ทรงแวะเข้าไปถามว่า “เป็นอะไรหรือ ร่างกายถึงได้ผอมโซ ทำไมต้องร้องโอดโอยด้วย” ชายชราจึงตอบว่า “ข้าพระองค์มิได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว” พระราชาจึงบอกกับชายชราว่า “แล้วทำไมท่านไม่กินเสียเล่า” ชายชราตอบว่า “ข้าไม่มีเงินซื้อข้าวกิน และตอนนี้ก็มีอาการเจ็บที่ท้องมาก” พระราชาได้ยินดังนั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ความหิว และเจ็บปวดนั้น มีอาการเช่นไร จึงได้บอกกับชายชราว่า “ข้าไม่เข้าใจ ความหิวและเจ็บปวดที่ท่านว่าเป็นเช่นไรหรือ” ชายชราจึงตอบไปว่า “มันทรมานและเจ็บปวด เหมือนกับที่ปวดฟัน” ด้วยประโยคที่ว่าปวดฟันนั้น ทำให้พระราชาเข้าพระทัยและทรงสงสารชายชราเป็นยิ่งนัก ด้วยว่าพระราชา ก็เคยได้รับความทรมานจากอาการการปวดฟันมาแล้วหลายครั้ง จึงเข้าใจว่ามันเจ็บปวดและทรมานมากขนาดไหน ซึ่งนิทานเรื่องนี้ทำผมให้รู้ว่า ผู้ที่ไม่เคยล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งก็ย่อมไม่เข้าใจถึงความเจ็บปวดของคนเป็นโรคมะเร็ง ดั่งที่พระราชาไม่เข้าใจถึงความหิวโหย และไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องทุกข์ทรมานเช่นไร ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้เป็นมะเร็งจึงมิได้รู้สึกเกรงกลัวต่อโรคมะเร็ง เพราะเป็นเช่นเดียวกับพระราชา คือไม่เข้าใจ และไม่เห็นว่าความทุกข์ทรมานดังที่ว่านั้นเป็นเช่นไร จึงไม่กลัว และใช้ชีวิตอย่างประมาท โดยการสูบบุหรี่ กินเหล้า เสพสารเสพติด ทำร้ายร่างกายตัวเองโดยการไม่รักษาสุขภาพ แต่เราที่เคยเจ็บปวดจากการปวดฟันย่อมเข้าใจว่าการปวดฟันเป็นเช่นไร ซึ่งภรรยาของผมเปรียบเทียบว่าการเป็นมะเร็งนั้นปวดยิ่งกว่าการปวดฟันเป็นร้อยเท่า ผมจึงทราบ และเข้าใจในที่สุด 

 

 

ผม อ.พณิช บัวหิมะทองคำ เลขานุการมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด ได้ตระหนักถึงสารพิษที่เกิดจากการสูบบุหรี่ อันก่อให้เกิดมะเร็ง จึงได้หาวิธีเลิกบุหรี่โดยใช้วิธีธรรมชาติบำบัด ด้วยการดื่มชาบัวหิมะที่ชาวจีนหวงแหนมากและได้สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ซึ่งเมื่อสมัยพันปีก่อนนั้น มีอยู่ในสำนักพระราชวังของจีนและเป็นของฮ่องเต้เท่านั้น แต่เวลานี้มูลนิธิฯได้ค้นพบสายพันธุ์และได้ทำการวิจัย โดยนำมาใช้ในการขับล้างสารพิษและต่อต้านสารเสพติด และเป็นที่ยอมรับว่าช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ภายใน 6 วัน เป็นชาธรรมชาติชื่อว่า “ชาบัวหิมะ” ซึ่ง ผมมีความภาคภูมิใจมากที่ได้พบกับสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วและได้นำมาเป็นของคนไทย ยกตัวอย่างเช่นข้าวหอมมะลิ ที่เป็นของคนไทย ได้ถูกชาวต่างชาติแย่งชิงลิขสิทธิ์ไป ซึ่งในขณะนี้ชาบัวหิมะได้ขึ้นทะเบียนอย.ตามกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้นำสายพันธุ์มาปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทยและได้ลงทุนไปหลายร้อยล้านบาท โดยมั่นใจว่าจะสามารถช่วยคนไทยและชาวโลกบำบัดสารเสพติดโดยเฉพาะการช่วยขับล้างสารพิษ และช่วยให้เลิกบุหรี่หรือแม้กระทั่งสารเสพติดได้อย่างแท้จริง เหมาะมากสำหรับผู้ที่สนใจจะเลิกบุหรี่,เหล้า,ยาเสพติด หรือได้เคยลองเลิกแล้วแต่ยังกลับมาสูบใหม่ หรือกำลังจะเลิกแต่เลิกไม่ได้ ดังเช่นผม อ.พณิช ซึ่งได้เคยตกเป็นเหยื่อของสารนิโคติน สารเสพติดที่ได้จากการสูบบุหรี่

ผมได้หาวิธีเลิกโดยไปพบแพทย์ แพทย์ใช้วิธีฝังเข็ม ก็ไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ใช้ทั้งหมากฝรั่งและลูกอมเป็นปี๊บก็ไม่ได้ผล, จึงได้ไปพบแพทย์อีกครั้ง แพทย์ได้ให้แผ่นนิโคตินมาติดตามร่างกาย เพื่อมิให้ควันบุหรี่ผ่านปอดแต่เข้าทางผิวหนังเพื่อทดแทนการสูบบุหรี่ หนักเข้าไปอีก! ทั้งสารเสพติดที่เข้าทางผิวหนัง ทั้งกลิ่นนิโคตินเหม็นไปทั่วร่างกายยามเหงื่อออก ที่สุดแล้วก็ไม่ได้ผล.

ในที่สุด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็งปอด กำลังจะเอาชีวิตผมไป และด้วยจิตใต้สำนึกของคนที่กำลังจะสิ้นลมหายใจก็ได้ตั้งจิตอธิฐานต่อแผ่นดินเกิดว่า เงินทองกี่ร้อยล้านก็ไม่สามารถรักษาความเจ็บปวดด้วยโรคมะเร็งได้ ถ้าข้าพเจ้ารอดตายในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอชดใช้แก่แผ่นดิน ทำคุณประโยชน์ชดใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยแรงจากจิตอันบริสุทธิ์ของคนที่เห็นโลงศพอยู่ข้างหน้า ดังเช่นที่โบราณกล่าวไว้ว่า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ข้าพเจ้าก็ยังโชคดีอยู่ที่มีลูกสาวที่มีความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา ได้ไปเมืองจีนพบซินแส และได้นำชาบัวหิมะกลับมา1ห่อ ในราคาสามหมื่นห้าพันบาทให้ข้าพเจ้าดื่มเพื่อขยายเวลาตายตามแพทย์บอก คุณเชื่อไหม อย่าเพิ่งเชื่อ! ก่อนที่คุณจะได้รู้ด้วยตนเองว่าความมหัศจรรย์เป็นอย่างไร มันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ดื่มเพียงแค่6วันผมก็สามารถเลิกบุหรี่ได้ แพทย์เป็นงง ร่างกายผมแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมเป็นปกติในที่สุด และผมก็ไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับแผ่นดิน ผมได้เดินทางเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ทันที เพื่อตามหาสายพันธุ์ แม้จะต้องเสียเงินทองสักเท่าไรก็จะสู้ เพื่อที่จะนำสายพันธุ์มาปลูกในประเทศไทยให้ได้ ในที่สุดก็เป็นผลสำเร็จ โดยได้นำมาปลูกแถบภาคเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น ใช้เวลาเพาะปลูกถึง 15 ปีและใช้เงินไปอีกหลายร้อยล้านบาท โดยทุกอย่างนั้นได้ทำขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติหรือorganicจริงๆ ดังนั้นจึงจะไม่มีสารตกค้างใดๆในร่างกาย 

 

ผู้ที่ข้องเกี่ยวกับสารเสพติดหรือบุหรี่ ขอการันตีได้เลยว่าคุณจะสามารถเลิกได้ โดยชาบัวหิมะจะช่วยขับล้างสารพิษและป้องกันสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดไม่ให้เข้ามาในร่างกาย คุณจะมีชีวิตใหม่ให้กับครอบครัว และจะได้ทำคุณประโยชน์เป็นตัวอย่างแก่สังคม ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ต่อไป ผม อ.พณิช บัวหิมะทองคำ ขอให้คุณโชคดี 

 

         ปัจจุบันอ.พณิช บัวหิมะทองคำได้มีอาการหัวใจล้มเหลวและได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอาการสงบเมื่อวัน เสาร์ ที่ ๘ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมสิริอายุได้ ๗๑ ปี ๖ เดือน

 อ.พณิช บัวหิมะทองคำ  ได้เคยกล่าวว่าท่านมีปรัชญาความเป็นผู้นำในการบริหารชีวิต ดังนี้

 

๑. อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในครอบครัวก็จงทำประโยชน์แก่ครอบครัว, อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในประเทศชาติก็จงทำประโยชน์ให้แผ่นดิน

 

๒. ชีวิตที่ไม่มีการต่อสู้ดิ้นรน ปล่อยชีวิตไปวันๆโดยไร้จุดหมายนั้น ไม่ต่างอะไรกับศพที่เดินได้

 

๓. ความลำบาก และอุปสรรคในการทำงานคือหนทางแห่งความสำเร็จ

 

๔. ความทุกข์และความผิดหวังสามารถมาเยือนท่านได้สักวันหนึ่ง, ความสุขและความสมหวังก็เช่นเดียวกัน

 

๕. การทำให้ผู้ไม่มีศรัทธากลับมีศรัทธา, ผู้ไม่มีศีล ให้กลับมีศีล, ผู้ไม่มีปัญญา ให้มีปัญญา, สอนคนให้รู้จักให้ทาน ได้ชื่อว่าเป็นการกระทำที่ประเสริฐที่สุด

 

๖. ไม่มีสิ่งใดในโลกที่คนคนหนึ่งทำได้แล้วคนอีกคนหนึ่งจะทำไม่ได้

 

๗. ความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเราก็จะไม่พบสิ่งที่ดีกว่า

 

๘. ชีวิตนั้นเป็นของไม่มีค่า, ชีวิตจะมีค่าต่อเมื่อรู้จักใช้ชีวิต

 

๙. จงตอบแทนบุญคุณแก่ผู้มีพระคุณ ก่อนที่จะไม่มีผู้มีพระคุณให้ตอบแทน, จงประหยัด ก่อนที่ท่านจะไม่มีเงินให้ประหยัด, จงออกกำลัง ก่อนที่ท่านจะไม่มีกำลังให้ออก, จงรักครอบครัว ก่อนที่ท่านจะไม่มีครอบครัวให้รัก และจงทำความดี ก่อนที่ท่านจะไม่มีเวลาให้ทำ

 

๑๐. ผู้ใต้ปกครองควรมองผู้ปกครองดุจดั่งต้นไม้ใหญ่ที่ตนต้องอาศัยร่มเงา เมื่อใดที่ต้นไม้ถูกแทะเปลือก ถูกระรานกิ่ง ก้าน ใบ ต้นไม้แม้จะใหญ่ก็เหี่ยวเฉาไร้ร่มเงาที่จะอาศัยได้ และความแตกกระจายก็จะเกิดแก่หมู่ผู้อาศัยเอง

 

๑๑. โชคดี โชคร้าย นินทา สรรเสริญ สุข ทุกข์ เป็นแขกเจ้าประจำของชีวิต

 

๑๒. ดวงตาและดวงใจ ถือเป็นของมีค่าที่สุดในชีวิต คำเปรียบเทียบที่ว่าพ่อแม่รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจ จึงทำให้รู้ว่าพ่อแม่รักลูกมากเท่าใด

 

๑๓. พ่อแม่สามารถมีลูกได้หลายคน แต่ลูกจะมีพ่อและแม่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น, พ่อแม่จึงเป็นบุคคลที่ลูกๆควรหวงแหน และทะนุถนอมมากที่สุด

 

๑๔. คนที่ไม่เคยใส่ใจพ่อแม่ ไม่เหลียวแลคนที่เคยช่วยเหลือเกื้อกูล, เขาเรียกบุคคลประเภทนี้ว่า “คนอกตัญญู”

 

 

ด้วยความรักและอาลัย

บทความน่าสนใจ

Close Menu