โครงการพุทธศาสนิกร่วมใจภิกษุไทยปลอดบุหรี่

         

 โครงการนี้ริเริ่มขึ้นจากการที่ทางมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติดพบว่า มีพระภิกษุจำนวนไม่น้อยที่สูบบุหรี่ จากการเก็บข้อมูลของโรงพยาบาลสงฆ์ในปี พ.ศ. 2546-2547 พบว่า มีพระภิกษุสงฆ์ที่อาพาธจำนวน 59,000 รูป ในจำนวนนี้มีพระที่ป่วยและมีประวัติสูบบุหรี่ประมาณ 18,000 รูป คิดเป็นร้อยละ 30 ของพระที่ป่วยทั้งหมด และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน โดยมีสมาชิกบางท่านของทางมูลนิธิฯได้ขอรับบริจาคตัวบำบัด เพื่อนำไปสร้างกุศลในการช่วยเหลือพระภิกษุให้สามารถหลุดพ้นจากสารเสพติดได้ มูลนิธิฯจึงจุดประกายและต้องการช่วยเหลือสังคมตรงส่วนนี้ โดยนอกจากจะได้กุศลจากการถวายยารักษาโรคแล้ว ยังช่วยต่อยอดให้พระสงฆ์ได้อยู่เพื่อสร้างบารมีเผยแพร่พุทธศาสนาต่อไป

 

ทุกคนต่างรู้ดีว่าบุหรี่นั้นมีอันตรายมากมายนานัปการ ทั้งพระผู้ใหญ่บางรูปก็ได้มรณภาพจากโรคภัยที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไปมาก แต่ไม่ว่าจะมีการรณรงค์อย่างไรก็ไม่อาจทำให้ผู้ที่ติดทุกคนสามารถเลิกสูบได้ ทั้งนี้เพราะต้นเหตุคือสารเสพติดที่อยู่ในร่างกายของผู้เสพนั่นเอง

 

บุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพของพระภิกษุเท่านั้น แต่ทำลายศรัทธาของชาวบ้านต่อพุทธศาสนาอีกด้วย โดยปัจจุบันพุทธศาสนิกชนได้เสื่อมศรัทธากับพระภิกษุไปมากจากเรื่องราวเสื่อมเสียในวงการภิกษุสงฆ์ที่เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของสารเสพติด เช่นบุหรี่ สุรา หรือยาเสพติด โดยเมื่อบวชเป็นภิกษุสงฆ์แล้ว ก็ควรปฏิบัติตนอย่างสำรวม ดังนั้นการที่พระสงฆ์บางรูปยังคงสูบบุหรี่อยู่นั้น พุทธศาสนิกชนบางท่านก็มองว่าเป็นเรื่องไม่ควร บางท่านถึงกับหมดศรัทธากับพระบางรูปไปเลยก็มี

 

ทางมูลนิธิฯต้องการให้ประชาชนทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า สารเสพติดนั้นบางครั้งร้ายแรงและยากเกินกว่าที่ร่างกายของมนุษย์จะควบคุมไหว เพราะธรรมชาติของสารเสพติดนั้นจะเป็นตัวกระตุ้นทำให้ร่ายกายต้องการรับเอาสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายอยู่ตลอด เมื่อไม่นำเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่างๆ โดยศัพท์อย่างไม่เป็นทางการเรียกว่าอาการ “ลงแดง” นั่นเอง ทำให้ผู้ที่ติดสารเสพติดไม่สามารถเลิกได้ บางครั้งแม้แต่พระภิกษุที่ปฏิบัติมานานก็ยังไม่สามารถหลุดออกจากวังวนของบุหรี่ได้

 

อาจมีพุทธศาสนิกชนส่วนหนึ่งที่ชอบถวายบุหรี่ หรือยาเส้น ยาสูบแก่พระที่สูบบุหรี่เพราะเห็นว่าท่านสูบ ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายก็ต้องการกถวายปัจจัยที่ท่านจะได้ใช้และชอบ โดยแท้จริงแล้วเป็นการไม่ควรที่จะทำเช่นนั้นเพราะยิ่งเป็นการสนับสนุนให้ท่านสูบมากขึ้น เนื่องจากพระบางรูปเมื่อเห็นบุหรี่ที่ถูกนำมาถวายก็อดใจไม่ไหว หรือสูบเพราะเสียดายก็มี

 

ทางมูลนิธิฯเห็นว่า การถวายของแด่พระภิกษุนั้น เป็นบุญกุศลอย่างยิ่งตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชน โดยเมื่อต้องการถวายอะไรแด่ภิกษุสงฆ์ก็มักจะต้องเป็นของที่ดีงามเสมอ การถวายบุหรี่แด่พระภิกษุนั้นก็เป็นเพราะท่านชอบ และติด แต่หากมันเป็นของไม่ดีก็ไม่ควรจะสนับสนุน ทั้งนี้ หากมีสิ่งใดที่สามารถช่วยเหลือพระภิกษุให้หลุดจากการเสพติดเป็นวังวนนี้ได้ก็ย่อมดีงามอย่างที่สุด ดังนั้นตัวบำบัดของทางมูลนิธิฯจึงเป็นตัวช่วยที่สามารถช่วยให้พระภิกษุที่เป็นที่เคารพหลายท่านให้หลุดพ้นจากการเสพติดได้ อันน่าจะถือเป็นยารักษาโรคอย่างหนึ่ง นั่นคืออาการเสพติดนั่นเอง ดังนั้น บุญกุศลใดๆที่ทำ ก็ไม่เท่ากับการช่วยเหลือคนด้านการรักษา ยิ่งเป็นการรักษาพระภิกษุด้วยแล้วนั้น ก็ยิ่งเป็นกุศลอย่างยิ่งทีเดียว โดยไม่เพียงแต่ได้ช่วยเหลือพระภิกษุอันเป็นผู้เผยแพร่ศาสนาพุทธเท่านั้น แต่ยังช่วยทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้เข้มแข็ง เพื่อสืบสานต่อยอดต่อไปในอนาคตอีกด้วย

 

            ดังนั้นโครงการนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อมุ่งช่วยเหลือพระภิกษุที่สูบบุหรี่และต้องการเลิกสูบ แต่ไม่สามารถเลิกสูบได้ โดยทางมูลนิธิฯมีตัวบำบัดเพื่อที่จะช่วยเหลือพระภิกษุเหล่านั้นให้สามารถเลิกได้ มูลนิธิฯจึงทำการช่วยเหลือพระสงฆ์จำนวนดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯไม่มีปัจจัยอย่างเพียงพอที่จะแจกจ่ายตัวบำบัดได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากมีพระภิกษุสงฆ์ที่สูบบุหรี่และติดเป็นจำนวนมากตัวบำบัดจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ในปริมาณมาก มูลนิธิฯไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายของตัวบำบัดที่จะนำไปช่วยเหลือพระภิกษุได้อย่างเพียงพอ จึงจำต้องขอเปิดรับบริจาคต่อไป โดยหากมีจำนวนเงินในการสนับสนุนที่มากพอก็จะสามารถช่วยเหลือคนได้เป็นจำนวนมาก

 

ร่วมช่วยเหลือโครงการเพื่อสร้างบุญร่วมกับมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติดได้โดย โอนเงินเข้าบัญชี 

 

ชื่อบัญชี มูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด 

ธนาคารกรุงเทพ สาขากาญจนบุรี

เลขที่บัญชี 327-0-99262-5 ประเภทออมทรัพย์

 

 

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

       จากการวิจัยของทางมูลนิธิฯพบว่า หากไม่มีตัวบำบัดร่วมในการช่วยเหลือผู้ติดสารเสพติด ผู้ที่ติดสารเสพติดจะไม่สามารถออกจากสารเสพติดเหล่านั้นได้อย่างแท้จริง แต่อาจมีผู้ที่ติดสารเสพติดจำนวนหนึ่งที่สามารถทำได้ แต่ก็นับว่าเป็นจำนวนที่น้อยมาก

                 มูลนิธิฯมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือสังคม จึงได้วิเคราะห์เพื่อค้นหาหนทางแก้ไขที่ต้นเหตุและช่วยเหลือผู้ที่ต้องการหลุดออกจากสารเสพติดเหล่านั้นอย่างได้ผลจริงซึ่งในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จ โดยผู้ที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่นั้น สามารถเลิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มูลนิธิฯก็มีอุปสรรคสำคัญในการทำงาน นั่นคือเรื่องของงบประมาณ ดังนั้นมูลนิธิฯจึงต้องการจัดตั้งกองทุน เพื่อให้มูลนิธิฯมีกำลังในการเข้าถึงชุมชนต่างๆได้อย่างทั่วถึง 

                      ความคาดหวังสูงสุดของทางมูลนิธิฯคือ ต้องการให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่สีขาว ปลอดจากสารเสพติด ให้ผู้ที่ติดสารเสพติดมีโอกาสมีชีวิตใหม่ที่ปราศจากสารเสพติดได้ และให้ผู้ที่คิดจะลองได้รู้ถึงโทษภัยของบุหรี่,สุรา และยาเสพติด ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนในอนาคต ซึ่งหากมูลนิธิฯเป็นผู้ดำเนินการเพียงผู้เดียวการดำเนินการก็เป็นไปได้อย่างล่าช้า แต่หากมีแนวร่วมอุดมการณ์ที่มากขึ้น การดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และครอบคลุม

 

 

ทำไมจึงต้องมีค่าใช้จ่าย?

 ปัญหาด้านงบประมาณ 

 

       ปัจจุบันมูลนิธิได้รับงบประมาณจาก หจก.ชาบัวหิมะ เป็นผลิตภัณฑ์ปีละประมาณหนึ่งล้านบาท เพื่อนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาจำหน่ายเป็นรายได้สำหรับดำเนินโครงการรณรงค์ แก้ไขปัญหาบุหรี่สุรา และยาเสพติด แต่ปัจจุบันปัญหาบุหรี่สุรา หรือยาเสพติด ได้กลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ระดับประเทศรวมทั้งระดับโลกอีกด้วย ดังนั้น จึงมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมากเกินกว่างบประมาณที่ทางมูลนิธิฯได้ตั้งไว้ (อัตราของผู้ที่ขอเข้ารับการช่วยเหลือจากมูลนิธิฯกับผู้ที่ให้ความช่วยเหลือมูลนิธิฯแตกต่างกันเป็นอย่างมาก) มูลนิธิฯจึงจำเป็นต้องนำเงินส่วนตัวเข้าอุดหนุนส่วนนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการบำบัดได้. ด้วยจิตจัดตั้งอันเป็นกุศล รวมทั้งมูลนิธิฯไม่เคยมีการของบประมาณ หรือขอรับบริจาค ทำให้มูลนิธิฯเริ่มประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเรื่องงบประมาณนี้ได้กลายเป็นปัญหาหลักในการดำเนินการต่างๆให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ

ในการดำเนินการต่างๆนั้น จำต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการบำบัด(ค่าใช้จ่ายหลัก)ค่าสถานที่ค่าบุคลากรต่างๆ เป็นต้น โดยส่วนหนึ่งนั้นทางมูลนิธิฯจะต้องเป็นผู้ออก และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากเงินสนับสนุน หรือผู้บริจาคและเนื่องจากมูลนิธิฯมิได้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานราชการ หรือเอกชน อีกทั้งที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯก็มิเคยได้รับเงินบริจาคหรือเปิดรับเงินบริจาคอย่างเป็นทางการ ดังนั้นทางมูลนิธิฯจึงต้องเป็นผู้แบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆทั้งหมดมาโดยตลอด

 

 

                   ทางมูลนิธิฯจึงได้จัดตั้งโครงการ ปอดสะอาดปราศจากควันบุหรี่เลิกได้อย่างถาวรภายใน วัน”  โดยนำรายได้จากการจำหน่ายชาบัวหิมะในราคาปกติมาเป็นงบประมาณอุดหนุนมูลนิธิฯได้ส่วนหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยหรือขาดแคลนทุนทรัพย์ที่ต้องการเลิกบุหรี่สุรา หรือสารเสพติด อีกทั้งยังเป็นทุนทรัพย์ในการจัดตั้งศูนย์บำบัดให้ครอบคลุมในหลายพื้นที่

 

          ขณะนี้มูลนิธิฯยังคงขาดดุลงบประมาณอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่มีจิตศรัทธาหรือผู้ที่ต้องการเลิก บุหรี่สุรา และสารเสพติด หากท่านช่วยกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชาบัวหิมะที่ทางมูลนิธิฯได้นำมาเป็นตัวช่วยเหลือในการบำบัด หรือร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือมูลนิธิฯ ท่านจะได้ทำบุญและช่วยเหลือสังคมร่วมกันกับมูลนิธิฯ อีกทั้งยังเป็นการนำร่องให้โอกาสกับผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับการบำบัดอย่างได้ผลถูกวิธี และไม่มีผลข้างเคียง

                    ทางมูลนิธิฯใช้วิธีธรรมชาติบำบัดโดยใช้ชาบัวหิมะช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด เพื่อแก้ปัญหาและหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมความชอบธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประโยชน์ของชาติและแผ่นดินส่วนรวมเป็นสำคัญ มูลนิธิฯได้อุทิศตนปฏิบัติงานเพื่อเป้าหมายหลักคือ การมีสุขภาพดีของประชาชนส่วนรวม

บทความน่าสนใจ

Close Menu