บทสัมภาษณ์ประธานมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

ค่ายเยาวชน "โครงการลด ละ เลิก บุหรี่ และพัฒนาบุคลิกภาพ"

    ปณิธาน  

“ความภูมิใจสูงสุดของดิฉันในวันนี้ คือโอกาสที่ได้ทำให้คนไทย ประเทศชาติ และสังคม ปลอดสารเสพติด ได้คืนคนดีกลับสู่สังคม เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีคุณค่าต่อสังคมด้วยจิตที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดินที่เกิดตลอดไป”

 

    
ด้วยเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ของประธานมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด ได้ขอให้บริษัทชาบัวหิมะช่วยเหลือสังคมในประเทศชาติ คนไทยจึงมีโอกาสได้ใช้ชาบัวหิมะ ในการบำบัดเลิกบุหรี่และสารเสพติดขอให้ท่านสบายใจเพราะไม่มีความเสี่ยงในการเลิก เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียงในการบำบัด
ทางมูลนิธิฯได้ทำการวิเคราะห์และวิจัยโดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์และเภสัชกรซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เราภูมิใจที่เรามีตัวบำบัดตามธรรมชาติที่ทำการเพาะปลูกในประเทศได้และมีความหวังว่าคนไทยจะมีปอดสะอาดปราศจากควันบุหรี่และสารเสพติด

       เราจะยืนหยัดหยุดยั้งต่อต้านสารเสพติดที่กำลังทำลายประเทศชาติและสังคม ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนที่รักแผ่นดินสมัครเป็นสมาชิกกับมูลนิธิฯในการรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

 

     
ด้วยความภาคภูมิใจสูงสุดของข้าพเจ้า ด้วยปณิธานและเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์และด้วยความจงรักภักดีและหวงแหนแผ่นดินไทย ข้าพเจ้าจึงประสบความสำเร็จที่ได้ร่วมงานกับมูลนิธิฯในการบำบัดช่วยให้ประชาชนเลิกบุหรี่และสารเสพติด เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยเจตนารมณ์อันแนวแน่ที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อคืนชีวิตที่ดี
,คืนความมีคุณค่าในตัวมนุษย์ กลับสู่สังคมไทย  

   คุณปนัดดา ชิวปรีชา ประธานมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด กล่าวถึงประวัติความเป็นมาก่อนที่จะตั้งมูลนิธิฯว่า

          

“เนื่องจากประสบการณ์ที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเองนั่นคือการที่บิดาสูบบุหรี่วันละ 50-60 มวน มาเป็นเวลา 30-40 ปี ทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อมารดา ผู้ซึ่งได้รับควันบุหรี่มือสองและได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด วันหนึ่งขณะที่มารดาป่วยและได้รับความทรมานจากโรคมะเร็ง มารดาได้ขอร้องบิดาทั้งน้ำตาที่ไหลพรากอยู่ตลอดเวลาด้วยความเจ็บปวดว่าให้ฆ่าท่านให้ตายเสีย เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ต้องทรมานอีกต่อไป แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้และได้ทำการรักษามารดาอยู่หลายปี หมดไปหลายล้านบาทก็ยังไม่สามารถยื้อชีวิตมารดาได้ ไม่นานท่านก็เสียชีวิตและเวลาต่อมาบิดาผู้ซึ่งสูบบุหรี่โดยตรงก็ต้องป่วยเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคถุงลมโป่งพอง

        เมื่อคุณพ่อท่านได้รับผลกระทบทางร่างกายด้วยโรคภัยที่แฝงมากับบุหรี่และจิตใจ ที่จะต้องเสียภรรยาอันเป็นเป็นที่รัก คุณพ่อของคุณปนัดดา เสียใจและรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก ท่านพยายามที่จะบำบัดตนเองด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการใช้แผ่นแปะนิโคตินทดแทนตามคำแนะนำของแพทย์ ฝังเข็ม หรือเข้าบำบัดตามโรงพยาบาล ก็ไม่สามารถเลิกได้ จนในที่สุดก็ได้กลับมาใช้วิธีธรรมชาติบำบัด โดยการดื่มชาสมุนไพรธรรมชาติ โดยใช้เวลาดื่มให้ติดต่อกันเพียง 6 วัน ผลที่เกิดขึ้นคือทำให้สูบบุหรี่ไม่ได้ เพราะชาดังกล่าวได้ขับล้างสารพิษและสารเสพติดออกจากร่างกายไปด้วย ทำให้บิดาของคุณปนัดดา กลับกลายมาเป็นคนใหม่ รู้คุณค่าของชีวิต และรับรู้ได้อีกครั้งว่า การหายใจเต็มปอดนั้น เป็นอย่างไร

        ด้วยเหตุนี้เอง คุณปนัดดาจึงตั้งใจที่จะฝากเรื่องราวของตนเองให้ไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจป้องกันไม่ให้เรื่องเศร้าเช่นนี้ต้องไปเกิดขึ้นกับครอบครัวใดๆอีกเลย         

      ดังนั้นมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติดจึงได้เกิดขึ้นด้วยจิตที่บริสุทธิ์ และความกตัญญูของปนัดดา ชิวปรีชา ในระยะเวลาที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯได้จัดกิจกรรมในการร่วมรณรงค์ขึ้นมากมายซึ่งโครงการที่ทางมูลนิธิฯกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้คือ โครงการปอดสะอาดปราศจากควันบุหรี่ และโครงการช่วยเรื่องยาเสพติด คือ การให้ดื่มชาบัวหิมะที่มีสรรพคุณในการขับล้างสารพิษ และแอนตี้สารเสพติดทุกชนิดโดยใช้เวลาที่บ้านของท่านเอง

              คุณปนัดดา กล่าวเสริมว่า  “เราเองก็ไม่สามารถบอกได้เหมือนกันว่ามันคืออะไรแต่เราถือว่าเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ของพืชพันธุ์ อันทรงคุณค่าเพราะกว่าที่เราจะได้สายพันธุ์นี้มา เราต้องแลกมาด้วยเวลาและชีวิต ซึ่งการขยายพันธุ์แต่ละครั้งก็ต้องอาศัยระยะเวลาร่วม 10 ปี”


             รูปแบบของโครงการของเรานั้นมิใช่เป็นเพียงการรณรงค์เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องโทษภัยของบุหรี่และสารเสพติดเท่านั้น แต่ยังเน้นการให้ความช่วยเหลือ และการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอีกด้วย  เนื่องด้วยมีหน่วยงานต่างๆมากมายที่ทำการรณรงค์ในเรื่องโทษภัยของบุหรี่และสารเสพติด “แต่ไม่ทราบวิธีเลิก”

         ทางมูลนิธิฯจึงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และสมาชิก เพื่อร่วมกันรณรงค์จากสมาชิกที่เคยมีประสบการณ์การสูบบุหรี่และได้รับความช่วยเหลือจากทางมูลนิธิฯ เมื่อท่านเลิกสูบแล้วก็สามารถบอกให้คนข้างเคียงทราบถึงวิธีการ ทำให้ผู้อื่นสามารถที่จะเลิกได้เช่นเดียวกัน ด้วยการดื่มชาบัวหิมะที่บ้าน โดยไม่จำเป็นต้องไปอยู่ที่ศูนย์บำบัด หรือที่มูลนิธิฯ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเป็นหลายๆเดือน แต่โครงการของมูลนิธิฯ อยากให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองจากที่บ้าน

              ในระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิฯได้ทำการวิจัยและได้จัดกิจกรรมต่างๆมากมายเพื่อช่วยคนนับหมื่น นับแสนคนมาแล้ว  ชาเลิกบุหรี่นี้มีฤทธิ์ในการต่อต้านสารพิษสารเสพติดทุกชนิด เมื่อดื่มแล้วตัวชาจะทำหน้าที่ในการขับสารพิษ ล้างพิษต่างๆออกมาซึ่งมิใช่แต่พียงสารพิษที่เกิดจากการสูบบุหรี่ หรือเสพสารเสพติดเท่านั้นแต่เป็นสารพิษทุกชนิดเช่น ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์, สารเคมีที่ปนเปื้อนมาจากผักและผลไม้ อีกทั้งยังทำให้ร่างกายไม่มีความอยากเสพสารเสพติดชนิดนั้นๆอีก เช่นคนที่สูบบุหรี่ก็จะรู้สึกไม่อยากสูบ รู้สึกเหม็น ซึ่งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

          

ซึ่งจากการทำการช่วยเหลือผู้คนมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ปรากฏผลดี ภายใน 6-15 วันก็สามารถที่จะเลิกได้ ซึ่งมีผลวิจัยและการพิสูจน์จากผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากมูลนิธิฯ เป็นจำนวนมาก


             บุหรี่หนึ่งมวนจะประกอบไปด้วยสารพิษสารเสพติดต่างๆมากมาย ซึ่งเมื่อสูบเข้าไปแล้วสารพิษก็จะสะสมอยู่ในร่างกายของผู้เสพ ก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น ความดัน เบาหวาน หัวใจ จนกระทั่งเป็นมะเร็งในที่สุด  อีกทั้งยังมีสารนิโคตินที่ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมสมอง ซึ่งหากไม่มีการเสพ หรือสูบแล้ว สารเสพติดนี้ก็จะทำปฏิกิริยาต่อร่างกายกล่าวคือ ไม่สามารถทำงานต่างๆได้ เนื่องจากหงุดหงิด หรือปวดท้อง ลงแดง เป็นต้น

             ดังนั้นผู้ที่ถูกสารเสพติดควบคุมจะไม่สามารควบคุมตนเองได้อย่างที่ควรจะเป็นจึงต้องได้รับความช่วยเหลือโดยการขจัดสารพิษนั้น ออกจากร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายเพื่อที่สารเสพติดจะได้ไม่สามารถควบคุมผู้ที่ติดได้ จนกระทั่งร่างกายของผู้เสพกลับคืนสู่สภาวะปกติของตนเอง และมีการปรับสมดุลในร่างกาย ซึ่งนี้คือหลักการแก้ไขที่ต้นเหตุ กล่าวคือตัวสารพิษและสารเสพติดที่อยู่ในร่างกายนั้นถูกขับล้างออกไปนั่นเอง


            ปัจจุบันบุหรี่มีการปรุงแต่งกลิ่นรสชาติ และเพิ่มสารพิษสารเสพติดให้มากขึ้น เนื่องมาจากการแข่งขันกันตามท้องตลาดเพราะเมื่อมีรสชาติที่ดี เมื่อสูบก็จะเสพติดในรสชาติแต่ทว่าไม่มีใครสนใจว่าภายในบุหรี่นั้นประกอบด้วยสารชนิดใดบ้างและอาจจะกล่าวได้ว่า บุหรี่เป็นตัวทดแทนสารเสพติดที่ถูกกฎหมาย ผู้ใดที่ติดแล้วยากที่จะหาทางเลิก

             ในขณะที่แนวทางการแก้ไขนั้นเป็นเพียงการรณรงค์ให้เลิกซึ่งการที่จะเป็นผลนั้นเป็นไปได้ยาก บางท่านอาจถึงกลับท้อแท้ และล้มเลิกความตั้งใจที่จะเลิกเนื่องจากทนต่อความอยากความต้องการไม่ได้ บางครั้งพยายามเลิกหลายต่อหลายครั้งก็ไม่สำเร็จ นี่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะเลิกสารเสพติดโดยเฉพาะบุหรี่และชาธรรมชาตินี้ได้รับได้รับการตรวจวิเคราะห์แล้วว่าได้มาตรฐาน และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยา (อย.) ให้เป็นเครื่องดื่มธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเฉพาะ

             คุณปนัดดา ได้กล่าวเสริมอีกว่า

“กว่าที่เราจะมายืนตรงจุดนี้ได้ เราได้ผ่านอุปสรรคมามากมายบางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทำไปทำไมทั้งเหนื่อยและต้องเสียสละทรัพย์สินเงินทองของตัวเองที่ได้สะสมมาเพื่อทุ่มเทให้กับมูลนิธิฯ เพื่อช่วยส่วนรวม และสังคม  แต่เมื่อนึกถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเมื่อใดก็จะกลับมามีกำลังใจขึ้นทุกครั้ง เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกทางออก ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งหากเราช่วยอะไรได้เราก็ควรจะทำเพื่อช่วยเหลือพวกเขา และช่วยเหลือสังคม”

“เมื่อก่อนใครที่เราบอกแล้วไม่ยอมเลิกเราจะรู้สึกโกรธเพราะทั้งๆที่เราแนะนำสิ่งที่ดีให้ ก็ยังไม่ยอมเลิกแต่ต่อมาก็เริ่มเห็นสัจธรรมว่าเราไม่สามารถไปช่วยคนที่ทำกรรมเอาไว้ไม่ได้ต้องให้เขาได้หมดกรรมของเขาก่อนจึงทำได้ กรรมที่ว่านั้นก็คือกรรมที่ตัวผู้เสพทำเอง เช่น ผู้ที่ดื่มเหล้าก็คือการนำน้ำกระทะทองแดง ดื่มทุกวันๆเมื่อถึงเวลาทั้งๆที่รู้ว่าไม่ดี เช่นเดียวกับบุหรี่ ทุกคนรู้ว่าในบุหรี่ 1มวนมีสารพิษมากกว่าสี่พันกว่าชนิด แต่ก็ทำร้ายตัวเองแล้วตัวคุณเองล่ะคิดว่าอย่างไร คุณเพียงแค่ทำเพื่อตัวคุณเอง เลิกเพื่อตัวคุณเอง ซึ่งถ้าเรารู้ว่าเราสามารถช่วยเหลือให้เขาเลิกจากสารเสพติดได้นั่นแหละคือกำลังใจของเราที่จะทำงานต่อไป”

 

            ดังนั้นผู้ที่เลิกบุหรี่ได้แล้วเราก็อยากให้คุณเป็นกำลังใจแก่ผู้อื่นต่อไป วิธีการเลิกของทางมูลนิธิฯนั้นไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คุณคิด โดยผู้ที่ต้องการที่จะเลิกสูบบุหรี่สามารถที่จะนำไปเลิกได้เองที่บ้านโดยคนในครอบครัวดูแลกันเอง ด้วยวิธีการธรรมชาติบำบัด ชาเลิกบุหรี่สามารถช่วยขับล้างสารพิษให้คุณเลิกสูบได้ ในระยะเวลาแค่เพียง 6 วัน อีกทั้งไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เป็นวิธีการแก้ไขที่ต้นเหตุมูลนิธิฯจึงได้นำวิธีนี้มาใช้สำหรับผู้ที่ต้องการเลิก และผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการได้ หรือร่วมเป็นสมาชิกกับเราซึ่งนอกจากจะทำให้ตนเองมีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วยังช่วยคนที่อยู่รอบข้างปลอดภัยจากมหัตภัยร้ายของสารเสพติดได้อีกด้วย

Close Menu