ทำไมเลิกสารเสพติดด้วยใจจึงทำได้ยาก

หลายๆท่านโดยเฉพาะผู้ที่ไม่ติดสารเสพติดมักจะพูดว่า การเลิกนั้นอยู่ที่ใจ หากคิดอยากจะเลิกเลิกเมื่อไหร่ก็เลิกได้ แต่ที่สุดแล้วก็เลิกไม่สำเร็จ โดยอาจจะบอกว่า "ที่จริงก็ยังไม่อยากเลิก" หรือ "เลิกได้แล้วสามวัน" เป็นต้น          อันที่จริงคนที่สามารถเลิกได้ด้วยตนเองด้วยการหักดิบนั้นมีอยู่จริง แต่มีจำนวนไม่มากนัก และหากสังเกตต่อไปจะพบว่าผู้ที่เลิกได้นั้นมักอยู่ในช่วงอายุ 40-60ปี และเลิกสำเร็จแล้วตั้งแต่วัยรุ่นโดยไม่ได้แตะต้องบุหรี่ยุคใหม่อีกเลย ซึ่งนั่นหมายถึง บุหรี่ในสมัยก่อนนั้นยังไม่ปรุงแต่งเท่าสมัยนี้ หากมีการสูบต่อเนื่องมาเรื่อยๆถึงปัจจุบัน หรือผู้สูบ เสพ หน้าใหม่ ก็จะพบว่าเปอร์เซ็นต์ที่สามารถหักดิบด้วยตัวเองได้นั้นน้อยมาก มีผลการสำรวจในปี 2552 พบว่าครึ่งหนึ่งของคนไทยที่สูบบุหรี่(หกล้านคนจากสิบสองล้านคน) พยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่แต่เลิกไม่ได้ นั่นก็เพราะบุหรี่ที่มีฤทธิ์ของการเสพติดที่มากขึ้นทำให้เลิกได้ยากขึ้นนั่นเอง…

Continue Reading

บทสัมภาษณ์ประธานมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด

ค่ายเยาวชน "โครงการลด ละ เลิก บุหรี่ และพัฒนาบุคลิกภาพ"     ปณิธาน   "ความภูมิใจสูงสุดของดิฉันในวันนี้ คือโอกาสที่ได้ทำให้คนไทย ประเทศชาติ และสังคม ปลอดสารเสพติด ได้คืนคนดีกลับสู่สังคม เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะนำมาซึ่งความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีคุณค่าต่อสังคมด้วยจิตที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดินที่เกิดตลอดไป"        ด้วยเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ของประธานมูลนิธิรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด ได้ขอให้บริษัทชาบัวหิมะช่วยเหลือสังคมในประเทศชาติ คนไทยจึงมีโอกาสได้ใช้ชาบัวหิมะ ในการบำบัดเลิกบุหรี่และสารเสพติดขอให้ท่านสบายใจเพราะไม่มีความเสี่ยงในการเลิก เนื่องจากไม่มีผลข้างเคียงในการบำบัด ทางมูลนิธิฯได้ทำการวิเคราะห์และวิจัยโดยได้รับความร่วมมือจากแพทย์และเภสัชกรซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เราภูมิใจที่เรามีตัวบำบัดตามธรรมชาติที่ทำการเพาะปลูกในประเทศได้และมีความหวังว่าคนไทยจะมีปอดสะอาดปราศจากควันบุหรี่และสารเสพติด        เราจะยืนหยัดหยุดยั้งต่อต้านสารเสพติดที่กำลังทำลายประเทศชาติและสังคม ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนที่รักแผ่นดินสมัครเป็นสมาชิกกับมูลนิธิฯในการรณรงค์ช่วยให้เลิกบุหรี่และสารเสพติด…

Continue Reading
Close Menu